Emotional eating: คุณไม่ได้กินเพราะหิว — และเรื่องนี้เปลี่ยนได้

นักโภชนาการของเรา ·

ผู้หญิงยืนหน้าตู้เย็นที่เปิดอยู่ตอนกลางคืน — emotional eating และการกินแก้เครียด

Emotional eating หรือการกินตามอารมณ์ คือเมื่อเรากินไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะเหนื่อย โกรธ เบื่อ หรือกังวล มาดูกันว่าจะแยกความหิวทางอารมณ์ออกจากความหิวทางกายได้อย่างไร ทำไมเวลาเครียดเราถึงอยากกินของหวาน และจะออกจากวงจร “ห้าม — หลุด — รู้สึกผิด” ได้อย่างไรโดยไม่ต้องไดเอตหรือนับอะไร

คุณเปิดตู้เย็นหนึ่งชั่วโมงหลังมื้อเย็น ไม่ใช่เพราะหิว แค่วันนี้หนักเหลือเกิน ตอนนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง emotional eating: นักจิตวิทยาอธิบายเรื่องนี้บนโซเชียล และคำแนะนำการค้นหาของ Google ในไทยก็แสดงคำถามอย่าง “emotional eating คือ” ความจริงที่ฟังไม่ง่ายคือ ปัญหาแทบไม่เคยอยู่ที่ความตั้งใจที่อ่อนแอ การกินตามอารมณ์เป็นวิธีรับมือกับความรู้สึก ไม่ใช่กับความหิว และเราเปลี่ยนมันเป็นวิธีอื่นได้

ข่าวดีคือ เรื่องนี้ไม่ต้องใช้ไดเอตหรือข้อห้ามใด ๆ แค่ต้องฝึกสังเกตว่าความหิวแบบไหนกำลังทำงาน และจริง ๆ แล้วเบื้องหลังมันคืออะไร

Emotional eating คืออะไร?

คือการกินเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นเมื่อคุณไม่สบายใจ ตอนเครียด โกรธ กลัว เบื่อ หรือเหงา (Mayo Clinic) ในตอนนั้นร่างกายไม่ได้ต้องการพลังงาน แต่ต้องการการปลอบใจ และอาหารก็ให้สิ่งนั้นได้อย่างรวดเร็ว

สาเหตุมักเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน: ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ ความกดดันจากงาน ความเหนื่อยล้า ความกังวลเรื่องเงินหรือสุขภาพ ตามข้อมูลของ Mayo Clinic ส่วนผู้เชี่ยวชาญของ Cleveland Clinic บอกว่าความเบื่ออาจเป็น ความหิวทางอารมณ์ ที่พบบ่อยที่สุด นี่ไม่ใช่ “ความผิดพลาด” ที่เกิดนาน ๆ ครั้ง แต่เป็นนิสัยที่แทบทุกคนมี

ความหิวทางอารมณ์หรือความหิวทางกาย: แยกอย่างไร?

ความหิวทางกายค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและเกี่ยวกับว่าคุณกินครั้งล่าสุดเมื่อไร ส่วนความหิวทางอารมณ์ถูกกระตุ้นด้วยความเครียด ความกังวล หรือความเหนื่อยล้า (Cleveland Clinic) นี่คือสัญญาณง่าย ๆ ที่ใช้แยกทั้งสองแบบ:

  • ความหิวทางกายมาช้า ๆ ความหิวทางอารมณ์มาแบบฉับพลันและ “ต้องเดี๋ยวนี้”
  • ความหิวทางกายกินอะไรก็ได้ ความหิวทางอารมณ์ต้องการอะไรเจาะจง: ของหวาน ของกรอบ “อันนั้นเท่านั้น”
  • หลังความหิวทางกายจะรู้สึกอิ่ม หลังความหิวทางอารมณ์มักเหลือความหนักท้องและความหงุดหงิดใจ
  • ถ้าคุณเพิ่งกินไปเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนและท้องไม่ร้อง ความอยากนั้นน่าจะเป็นทางอารมณ์ ลองให้เวลามันผ่านไป (Mayo Clinic)

วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเรียนรู้ที่จะแยกความหิวสองแบบนี้คือจดว่ากินอะไร เมื่อไร และอารมณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร (คำแนะนำของ Mayo Clinic) สมุดบันทึกความหิวและอารมณ์ 14 วันแบบนี้ พร้อมมาตรวัดความหิว เรารวบรวมไว้ในไฟล์ PDF ประกอบบทความนี้

ถาม-ตอบ

Emotional eating คืออะไร?
คือการกินไม่ใช่เพราะหิว แต่เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ตอนเครียด เบื่อ เหงา โกรธ หรือเหนื่อย อาหารปลอบใจได้เร็ว นิสัยนี้จึงฝังแน่นและกลับมาอีกเมื่อมีความรู้สึกแบบเดิม
จะแยกความหิวทางอารมณ์กับความหิวทางกายได้อย่างไร?
ความหิวทางกายค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและขึ้นกับว่าคุณกินครั้งล่าสุดเมื่อไร อาหารแทบอะไรก็ได้ ส่วนความหิวทางอารมณ์มาแบบฉับพลัน ต้องการอะไรเจาะจง และหลังกินมักเหลือความรู้สึกหนักท้องหรือหงุดหงิดใจ
กินแก้เครียดเป็นเรื่องปกติไหม?
บางครั้งก็ปกติ เค้กหนึ่งชิ้นหลังวันที่หนักหน่วงไม่ได้ทำให้คุณเป็นคน “ผิดปกติ” ควรสังเกตให้ดีถ้าอาหารกลายเป็นคำตอบหลักของทุกความรู้สึก และหลังกินมักรู้สึกผิดเป็นประจำ
หยุดกินตามอารมณ์อย่างไรโดยไม่ต้องไดเอต?
การห้ามมักทำให้ยิ่งอยาก สิ่งที่ได้ผลกว่าคือความใส่ใจ: หยุดสักครู่ก่อนกิน ถามตัวเองว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไร?” แล้วตอบความรู้สึกนั้นด้วยวิธีอื่น เช่น เดิน โทรหาใครสักคน หรือพักผ่อน สมุดบันทึกความหิวและอารมณ์ช่วยได้ ภายในสองสัปดาห์จะเห็นตัวกระตุ้นของคุณเอง

อ่านเพิ่มเติม