การผัดวันประกันพรุ่งกับสุขภาพ: ทำไมการเลื่อนงานถึงเหนื่อยกว่างานนั้นเอง

ทีมบรรณาธิการบล็อก ·

โต๊ะทำงานที่มีงานค้างอยู่ การผัดวันประกันพรุ่งกับความเครียด

งานที่ถูกเลื่อนออกไปไม่ได้หายไปไหน แต่ยัง 'ค้างอยู่' ในใจและค่อย ๆ ดึงพลังงานออกไปอย่างเงียบ ๆ นี่คือความเชื่อมโยงระหว่างการผัดวันกับความเครียด

นักวิจัยเริ่มอธิบายการผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่ว่าเป็นความขี้เกียจ แต่เป็นวิธีจัดการอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ความวิตกกังวล ความไม่แน่นอน ความเบื่อหน่าย ที่เชื่อมโยงกับงาน

ทำไมถึงเหนื่อยกว่าที่คิด

งานที่ถูกเลื่อนออกไปไม่ได้หายไปจากใจ แต่ยัง 'ค้างอยู่' เป็นภาระที่ยังไม่เสร็จ สร้างความวิตกกังวลระดับต่ำอย่างต่อเนื่องที่ดึงพลังงานออกไปโดยที่คุณไม่ทันสังเกต

งานวิจัยแสดงอะไร

งานวิจัยล่าสุดเชื่อมโยงการผัดวันประกันพรุ่งเรื้อรังกับระดับความเครียดที่สูงขึ้นและความเป็นอยู่ที่แย่ลง ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพด้วย

จะเริ่มงานที่เลื่อนไว้ได้อย่างไร

  • แบ่งงานเป็นขั้นตอนแรกเล็ก ๆ ไม่ใช่ 'เขียนรายงาน' แต่เป็น 'เปิดเอกสารและเขียนหัวข้อ'
  • ตกลงกับตัวเองว่าจะทำแค่ 10 นาที มักเพียงพอที่จะทำให้เข้าสู่จังหวะการทำงาน
  • ลบสิ่งรบกวนออกในช่วงขั้นตอนแรกนั้น

สำหรับภาวะหมดไฟและความเครียด อ่านได้ที่ "ภาวะหมดไฟและความเครียด" และเทคนิคการหายใจที่ "ความเครียดและการหายใจ"

ถาม-ตอบ

การผัดวันประกันพรุ่งเป็นแค่ความขี้เกียจใช่ไหม?
ไม่ใช่ นักวิจัยอธิบายว่าเป็นวิธีหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่เชื่อมโยงกับงานชั่วคราว มากกว่าจะเป็นการขาดวินัย
การผัดวันประกันพรุ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพอย่างไร?
งานวิจัยเชื่อมโยงการผัดวันประกันพรุ่งเรื้อรังกับระดับความเครียดที่สูงขึ้นและความเป็นอยู่ที่แย่ลงในระยะยาว
อะไรช่วยให้เริ่มงานที่เลื่อนไว้ได้?
แบ่งงานเป็นขั้นตอนแรกเล็ก ๆ และตกลงกับตัวเองว่าจะทำแค่ขั้นตอนนั้น มักเพียงพอที่จะทำให้เริ่มขยับได้

อ่านเพิ่มเติม