ออกกำลังกายที่ที่สูงและบนภูเขา: ปรับตัวอย่างไรในช่วงวันแรก ๆ

โค้ชฟิตเนสของเรา · · อัปเดตเมื่อ 29 กันยายน 2569

นักวิ่งบนเส้นทางภูเขาที่มองเห็นเมืองในหุบเขา — ออกกำลังกายบนที่สูง

ออกกำลังกายที่ที่สูง เช่น บนภูเขา หรือไปเมืองบนที่สูงอย่างเม็กซิโกซิตี้ แล้วการวิ่งที่เคยสบายกลับเหนื่อยขึ้นมาทันที มาดูว่าทำไมเป็นเช่นนั้น การออกกำลังกายบนที่สูงมีประโยชน์ไหม ควรลดความหนักอย่างไรในช่วงวันแรก และเมื่อไรควรระวัง

ออกกำลังกายที่ที่สูงต้องใช้วิธีที่ต่างจากพื้นราบ ช่วงวันแรก ๆ ต้องลดความหนักลงและให้เวลาร่างกายปรับตัว ไม่ใช่แค่การเดินป่าหรือปีนเขา แต่รวมถึงการเดินทางธรรมดาด้วย หลายคนต้องขึ้นไปบนที่สูงเพราะงานหรือไปเที่ยว เช่น เมืองบนที่สูงในละตินอเมริกา รีสอร์ตบนภูเขา หรือค่ายฤดูร้อน และเกือบทุกคนสังเกตเห็นสิ่งเดียวกัน คือหายใจหอบเร็วขึ้น ชีพจรสูงขึ้น และจังหวะที่เคยทำได้กลับรู้สึกหนักเกินไป

ทำไมออกกำลังกายในที่สูงถึงเหนื่อยกว่า?

ยิ่งสูง คุณยิ่งได้ออกซิเจนน้อยลงในแต่ละลมหายใจ และร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัว CDC ระบุชัดว่า ความสามารถสูงสุดของร่างกายบนที่สูงต่ำกว่าเสมอ เมื่อเทียบกับพื้นราบ แม้แต่ในคนที่ฟิตมาก

จังหวะที่ช้าลงบนภูเขาจึงไม่ใช่สัญญาณว่าฟิตไม่พอ การเทียบตัวเองกับผลที่ทำได้ที่บ้านในช่วงวันแรก ๆ ไม่มีประโยชน์ เพราะสภาพต่างกัน ตัวเลขก็ต่างกัน

  • ชีพจรขณะพักและขณะออกแรงอาจสูงกว่าปกติ
  • หายใจหอบเร็วขึ้น โดยเฉพาะตอนขึ้นเนิน
  • คืนแรก ๆ อาจนอนหลับตื้นกว่าปกติ

ออกกำลังกายบนภูเขามีประโยชน์ไหม?

มีประโยชน์ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่ “การฝึกบนที่สูง” แต่อยู่ที่การเคลื่อนไหวกลางแจ้ง สำหรับนักกีฬา ความสูงเป็นเครื่องมือที่รู้จักกันดี แต่ต้องมีแผนและการควบคุมจากผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับนักเดินทาง เป้าหมายเรียบง่ายและสนุกกว่านั้น คือรักษานิสัยการเคลื่อนไหวโดยไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไปในช่วงปรับตัว เดินบนเส้นทางภูเขา วิ่งเบา ๆ บนถนนเรียบ ยืดเหยียดพร้อมวิวหุบเขา ทั้งหมดนี้ช่วยรักษาความฟิตและอารมณ์ที่ดี ธรรมชาติส่งผลต่อความเครียดและการนอนอย่างไร อ่านได้ในบทความ “การเดินเล่นในธรรมชาติ”

วางแผนออกกำลังกายบนที่สูงในช่วงวันแรกอย่างไร?

สองวันแรกสำคัญที่สุด ช่วงนี้ควรเคลื่อนไหวเบา ๆ และพักผ่อนมาก ๆ

กลับไปออกกำลังกายตามปกติหลังปรับตัวแล้วอย่างไร?

ค่อย ๆ กลับไป เพิ่มปริมาณหรือความหนักทีละน้อย และสังเกตความรู้สึกในวันรุ่งขึ้น

  • เพิ่มระยะเวลาของการออกแรงแบบสบาย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็ว
  • สลับวันที่ฝึกหนักกับวันที่เบากว่า
  • ถ้าหลังฝึกแล้วเหนื่อยนานหรือนอนหลับไม่ดี ให้วันถัดไปเป็นวันเบา ๆ
  • การวิ่งสบาย ๆ ในจังหวะที่ “ยังคุยได้” เหมาะกับช่วงนี้ อ่านได้ในบทความ “คาร์ดิโอโซน 2”

ไปเมืองบนที่สูงอย่างเม็กซิโกซิตี้อย่างไร ถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำ?

นำรองเท้าและชุดออกกำลังกายที่คุ้นเคยไปด้วย แต่วางแผนให้วันแรก ๆ เป็นวัน “เบา ๆ” คือเดินเที่ยวในเมืองแทนการฝึกอินเทอร์วัล ถ้ากำลังเตรียมตัวเดินป่า เคล็ดลับในบทความ “เตรียมตัวเดินป่าและเทรกกิ้งบนภูเขา” และ “เตรียมตัวเดินป่า: น้ำและแรงกาย” จะมีประโยชน์

เมื่อปรับตัวได้แล้วและอยากกลับไปฝึกเต็มที่ นักกีฬาบางคนพก แผ่นแปะ X49 ไปด้วย ตามข้อมูลของบริษัท แผ่นแปะนี้ออกแบบมาเพื่อความอึดของคนที่ออกกำลังกาย ส่วนเพื่อพลังงานที่สม่ำเสมอระหว่างเดินทางโดยไม่พึ่งคาเฟอีน มี Energy Enhancer แต่ในช่วงวันแรกบนที่สูง ตัวช่วยที่สำคัญที่สุดคือความอดทน

ถาม-ตอบ

ต้องใช้กี่วันกว่าจะชินกับความสูง?
แตกต่างกันในแต่ละคน CDC แนะนำว่าใน 48 ชั่วโมงแรกที่ความสูงเกินราว 2450 ม. ให้ทำเพียงกิจกรรมเบา ๆ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นค่อย ๆ กลับไปออกกำลังกายตามปกติโดยดูจากความรู้สึกของตัวเอง
ทำไมวิ่งบนที่สูงถึงเหนื่อยกว่า?
อากาศบนที่สูงมีออกซิเจนน้อยลงในแต่ละลมหายใจ ความสามารถสูงสุดของร่างกายจึงต่ำกว่าที่ระดับน้ำทะเลเสมอ นี่คือปฏิกิริยาปกติของร่างกาย ไม่ใช่สัญญาณว่าฟิตไม่พอ
ออกกำลังกายบนภูเขามีประโยชน์กับคนทั่วไปไหม?
สำหรับนักเดินทาง ประโยชน์หลักคือการรักษานิสัยการเคลื่อนไหวและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ส่วนการฝึกบนที่สูงแบบเฉพาะเป็นเครื่องมือของนักกีฬา ซึ่งต้องมีแผนและการควบคุม
มือใหม่ออกกำลังกายบนภูเขาได้ไหม?
ได้ ถ้าเริ่มจากการเดินและกิจกรรมเบา ๆ สังเกตความรู้สึกของร่างกายอย่างใกล้ชิด และไม่พยายามทำให้ได้เท่ากับตอนอยู่พื้นราบในช่วงวันแรก ๆ
สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าควรหยุดออกกำลังกาย?
ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เหนื่อยมาก และเบื่ออาหาร เป็นสัญญาณให้ลดความหนักและพักผ่อน ถ้าอาการแย่ลงแม้ขณะพัก หรือเริ่มสับสน ต้องลงไปยังที่ต่ำกว่าและพบแพทย์

อ่านเพิ่มเติม