วิธีแก้เมารถ เมาเรือ: ทำไมถึงเมา และเดินทางอย่างสบายได้อย่างไร

วิธีแก้เมารถไม่ได้ใช้แค่บนถนน เพราะอาการเมาแบบเดียวกันเกิดได้ทั้งบนเรือ รถบัส และเครื่องบิน มาดูกันว่าทำไมจึงเกิดอาการนี้ และอะไรช่วยได้ระหว่างเดินทางทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก
อาการเมารถหรือเมาเรือเกิดขึ้นเมื่อตา หูชั้นใน และร่างกายส่งสัญญาณเรื่องการเคลื่อนที่ที่ไม่ตรงกันไปยังสมอง ข่าวดีคือวิธีแก้เมารถส่วนใหญ่ช่วยบรรเทาอาการได้อย่างชัดเจน ได้แก่ เลือกที่นั่งให้ถูก มองขอบฟ้า รับอากาศบริสุทธิ์ และกินอาหารเบา ๆ ก่อนเดินทาง ด้านล่างคือสิ่งที่ได้ผลในรถ บนเครื่องบิน และบนเรือ
ทำไมถึงเมารถ เมาเรือ: อาการนี้เกิดจากอะไร?
สรุปสั้น ๆ: สมองสับสนเพราะประสาทสัมผัสบอกข้อมูลที่ขัดแย้งกัน
ระบบการทรงตัวในหูชั้นในรับรู้การโคลงเคลงและการเลี้ยว แต่ตาในขณะนั้นเห็นห้องโดยสารที่อยู่นิ่ง หน้าจอ หรือหน้าหนังสือ ความขัดแย้งของสัญญาณนี้ถือเป็นสาเหตุหลักของอาการเมา ตามที่ NHS และ CDC อธิบายไว้ จึงเกิดอาการที่พบบ่อยดังนี้:
- คลื่นไส้ และรู้สึกโหวง ๆ ในท้อง
- หน้าซีด เหงื่อออกเย็น
- เวียนศีรษะ หาว ง่วงนอน
- ปวดศีรษะและอ่อนเพลีย
ปกติอาการจะหายไปไม่นานหลังการเคลื่อนที่หยุดลง คนที่เหนื่อย นอนไม่พอ หรือเดินทางขณะท้องว่างหรือกินอิ่มเกินไปจะเมาง่ายกว่า ก่อนวันเดินทางจึงควรนอนหลับให้เพียงพอ
แต่ละคนเมารถง่ายไม่เท่ากัน บางคนเริ่มคลื่นไส้แค่นั่งเบาะหลังแท็กซี่ บางคนผ่านพายุในทะเลได้สบาย เด็ก คนที่เป็นไมเกรนง่าย และผู้หญิงระหว่างตั้งครรภ์มักเมาบ่อยกว่า (CDC) ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้ ให้เตรียมตัวก่อนเดินทาง ไม่ใช่รอให้เริ่มคลื่นไส้
เมารถ: นั่งรถอย่างไรไม่ให้คลื่นไส้?
กฎหลักคือมองเห็นถนนข้างหน้าและไม่ก้มมองลง
- นั่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้า หรือถ้าทำได้ ขับรถเอง
- มองไปข้างหน้า มองขอบฟ้า หรือวัตถุที่อยู่นิ่งไกล ๆ
- อย่าอ่านหนังสือหรือเลื่อนโทรศัพท์ เพราะ "ภาพที่อยู่นิ่ง" นี่เองที่ทำให้สัญญาณขัดแย้งมากขึ้น
- แง้มหน้าต่างหรือเปิดแอร์ให้ลมเป่า อากาศบริสุทธิ์ช่วยได้ ส่วนกลิ่นแรง ๆ ทำให้แย่ลง
- ถ้าเดินทางไกล ให้แวะพักและลงไปเดินบ้าง
ถ้าเมาบนเครื่องบินหรือบนเรือ ควรทำอย่างไร?
เลือกที่นั่งที่รู้สึกถึงการโคลงเคลงน้อยที่สุด
บนเครื่องบินคือที่นั่งเหนือปีก ควรเป็นริมหน้าต่างเพื่อให้มองเห็นขอบฟ้า บนเรือคือห้องพักหรือดาดฟ้าช่วงกลางลำ และใกล้ระดับน้ำ ไม่ใช่ดาดฟ้าชั้นบน บนดาดฟ้าอากาศบริสุทธิ์และการมองเส้นขอบฟ้าช่วยได้ ส่วนในห้องพักให้เอนตัวกึ่งนอนและหลับตา วิธีดูแลตัวเองโดยรวมระหว่างเที่ยวบินยาวอยู่ในบทความ"เที่ยวบินระยะไกล"
การเบี่ยงความสนใจโดยไม่ใช้หน้าจอช่วยได้ดี เช่น ฟังเพลงหรือหนังสือเสียงผ่านหูฟัง หรือคุยกับเพื่อนร่วมทาง หลายคนสังเกตว่าในหนึ่งถึงสองวันแรกของการเดินทางทางทะเลจะเมามากกว่า จากนั้นร่างกายจะเริ่มชินกับการโคลงเคลง
ก่อนเดินทางควรกินอะไรถ้าเมารถง่าย?
ดีที่สุดคืออาหารเบา ๆ สองสามชั่วโมงก่อนเดินทาง และจิบน้ำทีละน้อยระหว่างทาง
- อย่าออกเดินทางตอนหิว และอย่ากินจนอิ่มแน่น
- หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด และย่อยยากก่อนเดินทาง
- งดแอลกอฮอล์ในคืนก่อนและระหว่างเดินทาง เพราะทำให้อาการแย่ลง
- พกน้ำและของว่างง่าย ๆ เช่น ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์
ไอเดียเรื่องการกินให้ถูกระหว่างเดินทางเพิ่มเติมอยู่ในบทความ"การกินระหว่างเดินทาง"
เด็กเมารถ: ช่วยลูกได้อย่างไร?
เด็กเมารถบ่อยกว่าผู้ใหญ่ จึงควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
- จัดที่นั่งให้ลูกมองเห็นถนนข้างหน้า ไม่ใช่เห็นแค่พนักเบาะ
- แทนการดูการ์ตูนบนแท็บเล็ต ให้เล่นเกมที่ใช้เสียง เช่น ร้องเพลง ทายปริศนา หรือ "หารถสีแดง"
- วางแผนเดินทางในช่วงเวลาที่ลูกนอนตามปกติ เด็กที่หลับอยู่จะเมาน้อยกว่า
- เตรียมถุง ทิชชูเปียก และเสื้อผ้าสำรองไว้ใกล้มือ จะสบายใจทั้งคุณและลูก
เด็กหลายคนเดินทางได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโตขึ้น ยาแก้เมารถทุกชนิดสำหรับเด็กควรเลือกร่วมกับกุมารแพทย์เท่านั้น
ถ้าวิธีเหล่านี้ไม่ได้ผลล่ะ?
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนออกเดินทาง
มียาแก้เมารถจำหน่ายในร้านขายยา แต่มีข้อห้ามใช้และผลข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุดคือง่วงนอน (CDC) ปรึกษาเรื่องการเลือกยาและขนาดยากับแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะระหว่างตั้งครรภ์ สำหรับเด็ก และหากคุณใช้ยาอื่นอยู่ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะนี้รวบรวมไว้ที่หน้า MedlinePlus
และอย่าลืมว่าทัศนคติที่สงบก็ช่วยได้ ยิ่งคุณคาดว่าจะเมาน้อยเท่าไร ก็ยิ่งผ่านการเดินทางไปได้ง่ายขึ้น และการพักผ่อนหลังเดินทางจะช่วยให้ฟื้นแรงได้เร็วขึ้น ถ้าการเดินทางต้องข้ามเขตเวลา คำแนะนำในบทความเรื่องเจ็ตแล็กจะช่วยได้